หมอจนกระทั่งปรับปรุงวัคซีนวัววิด -19 ยึดความปลอดภัย มีคุณภาพ


หมอกระทั่งถึงปรับปรุงวัคซีนวัววิด -19 ยึดความปลอดภัย มีคุณภาพ
ตอนวันที่ 23 ก.พ. ที่ศูนย์แถลงข่าวเหตุการณ์โรคติดเชื้อเชื้อไวรัสวัวโรท้องนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข (สธ.),ศาสตราจารย์นพ.วิปร วิประกษิต สาขาวิชากุมารเวชศาสตร์ ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านชีวเวชศาสตร์ระดับโมเลกุล (molecular medicine) แผนกแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล รวมทั้งนักค้นคว้าดีเด่นแห่งชาติรายปี 2564 เอ่ยถึงคุณประโยชน์ต่างๆที่ได้รับจากวัคซีนวัววิด- 19 สำหรับพสกนิกร ว่า
เมื่อกำเนิดโรคระบาดขึ้น สิ่งที่จะทำให้ พวกเราควบคุมโรคระบาดรวมทั้งกลับไปดำรงชีวิตธรรมดาได้เร็วที่สุดเป็นจำต้องสร้างภูมิต้านทานกลุ่มในพลเมือง เนื่องมาจากถ้าหากว่าไม่มีวิธีการป้องกันโรค อาทิเช่น เว้นระยะห่าง ล้างมือ และก็ใส่หน้ากาก และไม่มีการใช้วัคซีน จะมีผลให้มีผู้ติดโรคแล้วก็เสียชีวิตไม่น้อยเลยทีเดียว แม้ใช้วิธีการป้องกันโรคสิ่งเดียวโดยไม่มีวัคซีนจึงควรใช้เวลานานยาวนานหลายปี ก็เลยจะกำเนิดภูมิต้านทานกลุ่มในคนโดยส่วนใหญ่ได้ แม้กระนั้นโรควัววิด -19 มีผลเสียอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจทั่วทั้งโลก แนวทางที่เร็วที่สุด ที่จะทำให้กลับมาดำเนินชีวิตใกล้เคียงธรรมดา เป็นการใช้วัคซีนร่วมกับวิธีการป้องกันโรค โดยจะต้องฉีดเพื่อก่อให้เกิดภูมิต้านทานกลุ่มไม่น้อยกว่า 50-60% ของพลเมือง
ศาสตราจารย์นพ.วิปร บอกว่า ในขณะนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับวัคซีนวัววิด -19 ทั้งยังจริงและไม่จริงมากไม่น้อยเลยทีเดียวในสื่อต่างๆทำให้สับสนในสังคม ก็เลยขอทำความเข้าใจ ดังต่อไปนี้ ด้วยเหตุว่าเชื้อวัววิด -19 จะใช้ “โปรตีนเอส” จับกับเซลล์มนุษย์เพื่อแทรกตัวเองเข้าไปเติบโตภายในร่างกายมนุษย์ กระบวนการทำวัคซีนก็เลยใช้แนวทาง “หนามยอกเอาหนามบ่ง”เป็นนำโปรตีนดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นมาใช้เพื่อกระตุ้นให้เซลล์ภูมิคุ้มกันร่างกายรู้จักรวมทั้งจำ เมื่อพบเชื้อไวรัสตัวจริง เซลล์ภูมิคุ้มกันก็จะทำลายเชื้อเชื้อไวรัสที่เข้ามาได้ ทำให้คุ้มครองป้องกันการรับเชื้อหรือถ้าหากติดโรคก็มีลักษณะอาการไม่ร้ายแรง
ดังนี้ การสร้างวัคซีนวัววิด -19 สำคัญๆเดี๋ยวนี้มี 3 เทคโนโลยี เป็นต้นว่า
1.เทคโนโลยี mRNA ที่นำสารพัดธุบาป RNA ที่สร้างโปรตีนเอสของเชื้อไวรัสมาทำวัคซีน แต่ว่าโดยทั่วไปสารพัดธุบาปเชื้อไวรัสจะมีเปลือก ถ้าหากว่าไม่มีเปลือกจะไม่เสถียรและไม่สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ ก็เลยนำไขมันระดับทุ่งนาโนมาห่อหุ้ม แต่ว่าการรักษาวัคซีนขนิดนี้จำเป็นต้องใช้อุณหภูมิต่ำมากมายๆเป็น ลบ 80 องศาเซลเซียส ซึ่งเมืองไทยเป็นเมืองที่มีอากาศร้อน มีอุณหภูมิสูง การจัดเก็บก็เลยมีความท้า แม้จัดเก็บไม่เหมาะสมจะมีผลต่อคุณภาพรวมทั้งความปลอดภัย ซึ่งบริษัทไฟเซอร์แล้วก็โมเดินนาร์ใช้เทคโนโลยีนี้สำหรับในการผลิต
2. เทคโนโลยีไวรัลเวคเตอร์ เป็นการประดิษฐ์สารพัดธุบาป DNA เพื่อสร้างโปรตีนเอสของเชื้อไวรัสวัววิด และก็ห่อหุ้มด้วยเปลือกจากเชื้อไวรัสอีกตัวเพื่อนำไปสู่ร่างกาย ซึ่งการใช้เปลือกเชื้อไวรัสห่อหุ้มสารพัดธุบาปทำให้สามารถจัดเก็บในอุณหภูมิโดยประมาณ 4 องศาเซลเซียสได้ ก็เลยเหมาะสมกับเมืองไทยที่มีอากาศร้อน เทคโนโลยีนี้มีบริษัท แอสยี่ห้อเซนเนกาและก็สปุตนิกของรัสเซียที่ใช้สำหรับเพื่อการผลิตวัคซีน
3. เทคโนโลยีเชื้อตาย ทำเป็นจากการนำเชื้อไวรัสจริงๆมาเพาะเลี้ยงให้มีเยอะแยะขึ้น รวมทั้งใส่สารบางสิ่งบางอย่างให้เชื้อตาย ไม่มีคุณลักษณะก่อโรคได้อีก แล้วเอามาทำวัคซีนโดยเพิ่มเติมสารกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ซึ่งเทคโนโลยีนี้มีใช้มานานทั้งยังวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า โปลิโอ รวมทั้งตับอักเสบ สำหรับเพื่อการผลิตวัคซีนด้วยเทคโนโลยีนี้มีของบริษัทสิโนแวคและก็สิโนฟาร์ม จากเมืองจีน
ศาสตราจารย์นพ.วิปร บอกว่า การพัฒนาวัคซีนนั้น ความปลอดภัยมีความจำเป็นลำดับต้นๆ โดยมีการศึกษาค้นคว้าอีกทั้งระดับสัตว์ทดสอบ เป็นในหนูรวมทั้งลิง การศึกษาค้นคว้าวิจัยในคนถึง 3 ระยะ เพื่อมองความปลอดภัยแล้วก็คุณภาพ ถ้าเกิดผ่านตามเกณฑ์องค์การอนามัยโลกก็เลยจะจดทะเบียนให้ใช้ได้ ซึ่งหลายประเทศทั้งโลกรวมทั้งไทยอนุมัติให้ใช้ในคราวฉุกเฉิน โดยการันตีว่าผู้ที่เคยติดโรคแล้วสามารถฉีดยาได้ เพื่อมีภูมิต้านทานที่มากพอเพียง ส่วนลักษณะของการปวดบวม เป็นไข้ ข้างหลังฉีดยาสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกวัคซีน และก็การันตีเกี่ยวกับข้อมูลในขณะนี้ การใช้วัคซีนด้วย RNA แล้วก็ DNA ไม่เป็นผลต่อความเคลื่อนไหวรหัสกรรมพันธุ์ของผู้คน
“การฉีดยาวัววิด -19 ที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศพวกเรา รวมทั้งกำลังจะเริ่มจัดการในอาทิตย์นี้ ก็เลยเป็นมาตรการสำคัญ ที่สามารถจะช่วยทำให้ชาวไทยรวมทั้งเมืองไทยของพวกเรา พ้นวิกฤติในคราวนี้ไปได้” ศาสตราจารย์นพ.วิปร กล่าว