มัธยมหอการค้าแนะ ‘พวกเราชนะ’ ควรที่จะใช้กับร้านขายของ เสมือน ‘คนละครึ่ง’ ต่อลมหายใจเอสเอ็ม…


มัธยมหอการค้าแนะ ‘พวกเราชนะ’ ควรจะใช้กับร้านขายของ ราวกับ ‘คนละครึ่ง’ ต่อลมหายใจเอสเอ็มอี
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิบดีการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย รวมทั้งประธานที่ปรึกษาศูนย์คาดเดาเศรษฐกิจและก็ธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยออกมาว่า ช่วงนี้เหตุการณ์การแพร่ระบาดโรควัววิด-19 อยู่ในระดับซึ่งสามารถควบคุมดูแลได้ จนกระทั่งผู้ติดโรคต่อวันเริ่มต่ำลง ผลมาจากการตรวจหาหาโรคเชิงรุกตามคลัสเตอร์ที่เริ่มมีการแพร่ระบาด อย่างชุมชนที่มีแรงงานต่างประเทศอาศัยไม่น้อยเลยทีเดียว ,บ่อนการพนัน และก็ผับบาร์ ซึ่งเหตุการณ์คงจะเริ่มคลายตัวลงในกุมภาพันธ์ ประกอบกับทางรัฐบาลรีบหาวัคซีนให้กับราษฎร โดยรัฐบาลมองเห็นว่าเหตุการณ์คงจะดียิ่งขึ้น ก็เลยประกาศจัดให้มีการออกเสียงระดับเทศบาล ในวันที่ 21 เดือนมีนาคม 2563
ดังนี้ ทางศูนย์ฯได้ประเมินความทรุดโทรมทางด้านเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 1/2564 ที่มาตรการล็อกดาวน์ไม่เข้มข้น อยู่ที่ 1.5-2 แสนล้านบาท ซึ่งรัฐบาลก็ได้เพียรพยายามใส่เงินเข้าไปในระบบเศรษฐกิจผ่านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆในปริมาณเท่าที่พอๆกับหรือมากยิ่งกว่าจำนวนความย่ำแย่ด้านเศรษฐกิจ ก็จะช่วยประคองเศรษฐกิจไม่ให้ทรุดโทรมลง
นายธนวรรธน์ บอกว่า โครงงานคนละครึ่ง มีคุณภาพมากมายที่ทำให้เงินมีการหมุนวนในระบบเศรษฐกิจ ช่วยเหลือธุรกิจขนาดลางแล้วก็ขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) แล้วก็นำไปสู่การว่าจ้าง แต่ว่าด้วยโครงงานคนละครึ่งยังไม่ถึงช่วงเวลาจบแผนการ แล้วก็ยังมีสิทธิคงจะค้างอยู่ ทำให้รัฐบาลเลือกใช้แนวทางโอนเงินโดยตรงในโครงงานพวกเราชนะ ให้กับคนที่ลำบากจากเหตุการณ์วัววิด-19 และก็ให้ครอบคลุมกับประชากรที่มีรายได้น้อยถึงปานกลาง เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายให้มีการหมุนวนในระบบเศรษฐกิจ ช่วยทดแทนกับค่าทางด้านเศรษฐกิจที่หายไปด้วย
สำหรับแผนการพวกเราชนะที่จะแจกเงินให้ฟรี 3,500 บาท/เดือน ตรงเวลา 2 เดือน มิได้มีหลักเกณฑ์ว่าให้ไปซื้อผลิตภัณฑ์ที่ต้องต่อชีวิตประจำวัน อย่าง ของกิน ของกินของใช้ ซึ่งมีความเห็นว่าควรจะให้มาตรฐานการใช้เงินกับร้านรวงแบบโครงงานคนละครึ่งมากยิ่งกว่า เพราะเหตุว่ายังไม่มั่นใจว่าเงิน 3,500 บาท จะไปใช้ในลักษณะที่ไม่ก่อกำเนิดเงินทุนหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ได้แก่ การซื้อของฟุ่มเฟือย การซื้อของที่ไม่ได้ผลิตภายในประเทศ ทำให้เงินพวกนี้บางทีอาจจะมิได้ไปช่วยกับธุรกิจเอสเอ็มอีโดยตรง